เมนูหลัก
เรื่องเล่าล่าสุด
สองมือคือพลังหยุดยั้งอัมพฤกษ์
ยาสมุนไพรฟื้นชีวิต
ผลงาน อสม.ดีเด่น
หมู่บ้านจัดการสุขภาพกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

หมู่บ้านจัดการสุขภาพกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


 การจัดการด้านสุขภาพ  ในหมู่บ้าน/ชุมชน เน้นกระบวนการหลัก 4 ด้านได้แก่ การจัดทำแผนด้านสุขภาพในหมู่บ้าน การจัดการงบประมาณเพื่อใช้พัฒนาด้านสุขภาพ  การจัดกิจกรรมด้านสุขภาพในหมู่บ้าน  และการประเมินผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องดำเนินการโดย อสม. และแกนนำฯในหมู่บ้าน/ชุมชน  โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรอื่นๆร่วมสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนและเกิดกระบวนการจัดการด้านสุขภาพขึ้นครบ 4 ด้าน พร้อมผ่านการประเมินจากเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะเรียกว่าเป็น “ หมู่บ้านจัดการสุขภาพ   “

 หมู่บ้านจัดการสุขภาพ  เป็นตัวชี้วัดหนึ่งใน 14 ตัวชี้วัด  เป็นเป้าหมายการดำเนินงาน
ของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ 2551 เป็นการดำเนินงานตอบสนอง 2 ยุทธศาสตร์ ของกระทรวงสาธารณสุขคือ ยุทธศาสตร์ที่ 6 เสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานของการมีพฤติกรรมที่ถูกต้องของประชาชนโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และพฤติกรรมที่ถูกต้อง และยุทธศาสตร์ที่ 7 สร้างความเข้มแข็งในการมีส่วนร่วมของกระบวนการสุขภาพภาคประชาชน  โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดกระบวนการจัดการด้านสุขภาพขึ้นในหมู่บ้านที่เรียกว่า หมู่บ้านจัดการสุขภาพ

 หมู่บ้านจัดการสุขภาพ กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   ฐานคิดการพัฒนาหมู่บ้านจัดการสุขภาพและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือแก่นแกนเดียวกัน

 พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งมีผู้ประมวลและกลั่นกรองโดยได้รับพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ได้ คือ
 “ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง  โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก โดยอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอนขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและมีความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี ”
 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้มีฐานคิดในการพัฒนา คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำดังผังแผนภาพ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข

 

   

 

 

 

 

 

 

 เช่นเดียวกับที่ หมู่บ้านจัดการสุขภาพ มีเป้าหมายสูงสุด(  Ultimate Goal ) คือ  เป็นหมู่บ้านที่ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้  ตามคำขวัญที่ว่า  “ แม้เราเป็นชาวบ้าน เราก็สามารถดูแลสุขภาพของพวกเรากันเองได้  ” ด้วยคำขัวญนี้มีปรัชญาและฐานคิดอยู่เบื้องหลัง คือ หมู่บ้านจัดการสุขภาพเป็นทั้งเป้าหมายในการพัฒนา ( Ultimate Goal ) คือ ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชน  พึ่งพากันเองได้ ทางด้านสาธารณสุข และเป็นทั้งกระบวนการพัฒนา( Process ) กล่าวคือ เป้าหมายสุดท้ายหรือสิ่งที่เราอยากเห็นหรืออยากให้เกิดขึ้นคือ ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชน พึ่งพากันเอง ได้ทางสาธารณสุข แต่การที่ประชาชนจะสามารถพึ่งพากันเองได้นั้น ต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาด้วยกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเอง จนสามารถรู้จักตนเอง  เข้าใจตนเองและกำหนดอนาคตของชุมชนได้เอง จนเกิดเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้และการพึ่งพากันเองหรือจัดการกันเอง  นอกจากชุมชนจะต้องมีความรู้ในการจัดการแล้ว  คนในชุมชนจะต้องมีคุณธรรมด้วย  เพราะคุณธรรมจะเป็นกรอบกำหนดพฤติกรรมหรือจัดระบบ ระเบียบการทำงานร่วมกันของหมู่บ้าน/ชุมชน หรือมีมาตรการทางสังคมที่จะเป็นตัวกำหนดคนในชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข   องค์ประกอบของหมู่บ้านจัดการสุขภาพ ดังแผนภูมิข้างล่าง





  จากฐานคิดสู่วิถีปฏิบัติของเศรษฐกิจพอเพียง มีฐานคิดที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น  ให้รู้ เข้าใจตนเองและโลกที่เราอาศัย โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของการพัฒนา  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง ด้วยความพอเพียง ส่วนวิถีปฏิบัติของการพัฒนาหมู่บ้านจัดการสุขภาพตามแผนภาพ วง 3 วง คือ คน ทุน ความรู้ ซึ่งตรงนี้ทุกหมู่บ้านมีองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนหรือ 3 วง อยู่พร้อมแล้ว  กล่าวคือ
 วงแรกเรื่องของคน  หมายถึง กลุ่มองค์กรภาคประชาชน เช่น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเยาวชน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ กลุ่มจักสาน กำนัน กรรมการหมู่บ้าน และกลุ่มอื่นๆอีกมาก รวมทั้งคนเก่ง  คนดี  กลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นกำลังหลักในการพัฒนาหมู่บ้าน  เป็นทุนทางสังคมที่มีคุณค่ายิ่งต่อการพัฒนาชุมชนของตนเอง   แต่ถ้าเน้นเรื่องหมู่บ้านจัดการสุขภาพ อย่างน้อยจะต้องมีกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข ( อสม.)เป็นเจ้าภาพ  และ อสม.เองจะต้องแสวงหาแนวร่วมในการดำเนินงานในหมู่บ้านเพิ่มเติมเพื่อเป็นกำลังหนุนเสริม  ซึ่งก็คือกลุ่มองค์กรชุมชนที่มีอยู่แล้วในหมู่บ้านนั้นมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
 วงที่สองเรื่องของทุน  ทุนในที่นี้จะเน้นทุนที่เป็นตัวเงิน ( ส่วนทุนทางสังคมได้รวมอยู่ในวงแรกคือเรื่องของคนแล้ว ) ในหมู่บ้าน/ชุมชนมีเงินทุนอยู่มากมาย ทั้งที่เป็นเงินทุนที่ชาวบ้านระดมหรือรวมหุ้นกันเอง เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์  กองทุนฌาปนกิจ  กองทุนยา กองทุนกลุ่มต่างๆอีกหลายกลุ่ม และเงินทุนจากภายนอกที่ทางราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนมาให้ถึงหมู่บ้าน ได้แก่ กองทุนเงินล้าน กองทุนเอสเอ็มแอล  กองทุนสุขภาพตำบล เป็นต้น
 วงที่สามเรื่องความรู้  หมายถึง ความรู้    ภูมิปัญญาท้องถิ่นและรวมถึงความรู้ในการจัดการ เพื่อจัดการสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชนให้เกิดคุณค่าต่อการพัฒนาเพิ่มขึ้น วิถีปฏิบัติตามผังแผนภาพนี้คือ   ต้องจัดการให้ทั้งสามวงมาบูรณาการกัน  โดยการจัดการในรูปแบบไหนก็ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละชุมชน เช่น การจัดเวที การประชุม  การทำประชาคม ให้แกนนำองค์กรกลุ่มต่างๆได้วิเคราะห์และเรียนรู้ถึงสิ่งดีๆ และสิ่งที่เป็นปัญหาของชุมชนตนเอง  จนเกิดความเข้าใจวิถีชุมชนของตนว่า  ชุมชนของตนเป็นอยู่อย่างไร  แล้วร่วมกันหาช่องทางการพัฒนาและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากทั้งภายในและภายนอกชุมชน  วิถีปฏิบัติของหมู่บ้านจัดการสุขภาพจึงไม่แตกต่างกับวิถีปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
 ในคุณลักษณะ 3 ห่วงตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความหมายดังนี้
 ห่วงแรก คือความพอประมาณ  หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยและไม่มากเกินไป  ไม่สุดขั้วไปในทางใดทางหนึ่ง อันจะก่อให้เกิดการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  เพราะทั้งสองทางนี้ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้เกิดปัญญาที่จะลดความทุกข์หรือช่วยให้ชีวิตมีความสุขเพิ่มขึ้น
 ห่วงที่สอง คือความมีเหตุผล    หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ
 ห่วงที่สาม คือ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  หมายถึง  การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้น  โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล ในส่วนของหมู่บ้านจัดการสุขภาพ ก็มีคุณลักษณะ 3 ประการนี้พร้อมมูล  คือ ในวิถีปฏิบัติให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน  โดยการจัดให้คนหริอองค์กรชุมชนต่างๆ  ได้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจตนเองว่า  หมู่บ้าน/ชุมชนตนเองเป็นอยู่อย่างไร  มีอะไรที่ดีหรือที่เป็นปัญหา  เมื่อหมู่บ้านหรือชุมชนได้เรียนรู้  เข้าใจตนเอง วางอนาคตของตนเอง และจัดการตนเองได้ด้วยพอเหมาะพอดีตามศักยภาพที่ตนเองมี  ไม่จัดการหรือทำอะไรที่เกินกำลังของตนเองคือทำพอประมาณ  หรือเลือกทำตามสภาพปัญหา  ตามศักยภาพ ด้วยเหตุด้วยผล  และท้ายที่สุดหมู่บ้าน/ชุมชนที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้และเข้าใจตนเองแล้ว ชุมชนจะมีความรู้เท่าทัน มีความรอบคอบที่จะเลือกรับ     ปรับใช้หรือปฏิเสธสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาสู่ชุมชน  ซึ่งก็เท่ากับหมู่บ้าน/ชุมชน มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  พร้อมที่จะปรับตัวเองให้อยู่ในสภาวะที่สมดุล คือ หมู่บ้าน/ชุมชนสามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง  โดยที่หมู่บ้าน/ชุมชนยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และคุณค่าของตนเอง
 นอกจากนี้ ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ยังต้องอาศัยเงื่อนไขทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจและดำเนินงาน  เงื่อนไข ความรู้  ประกอบด้วย  ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านด้วยความรอบคอบ  ที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน  เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ  ส่วนเงื่อนไข  คุณธรรม ประกอบด้วยความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์  สุจริต มีความอดทน ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต ซึ่งในฐานคิดการพัฒนาหมู่บ้านจัดการสุขภาพนั้น  ได้กล่าวไว้ตอนต้นแล้วว่า  ในการจัดเวทีหรือการจัดกระบวนการให้ชุมชนได้เรียนรู้และเข้าใจตนเองนั้น  ต้องอาศัย ความรู้ด้านวิชาการ  ในเชิงวิเคราะห์และสังเคราะห์ในทุกๆด้าน จึงจะเข้าใจทั้งชีวิตของตนเองและความสัมพันธ์ของตนเอง ผู้คนในหมู่บ้าน/ชุมชน และเข้าใจความสัมพันธ์ของตนเอง ชุมชน และโลกภายนอก    แต่ในการนำองค์ความรู้เชิงวิชาการมาใช้นั้น ต้องอยู่ในกรอบของคุณธรรม ด้วย  เพราะคุณธรรมจะเป็นตัวจัดระบบระเบียบให้อยู่ในกรอบของความดีงาม  หมู่บ้านจัดการสุขภาพจะไม่เกิดขึ้นเลย หากคนหรือกลุ่มองค์กรในชุมชนที่มานั่งพูดคุย ปรึกษาหารือ หรือมาวิเคราะห์สภาพความเป็นอยู่ของชุมชนนั้นไม่มีคุณธรรม  จะคุยกันได้ไม่นาน วงสนทนาแตกแน่นอน  ในทางกลับกัน ถ้าแต่ละคนแต่ละกลุ่มมีคุณธรรมประจำใจ  ยอมรับฟังกัน ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา พร้อมเพรียงดำเนินกิจกรรมที่ได้วางไว้ร่วมกัน  หรือพูดนัยหนึ่งก็คือ  หมู่บ้าน/ชุมชน มีการจัดการกันเองด้วยระบบคุณธรรม  หมู่บ้านนี้ก็สามารถดำเนินไปสู่จุดหมาย คือ หมู่บ้านจัดการสุขภาพเองได้

สรุปหลัก  3 ประการของความเข้ากันได้
ประการแรก เรื่องฐานคิดการพัฒนาคือตัวเดียวกัน  คือการสร้างให้ปัจเจกชน  ครอบครัว  และชุมชน เข้าใจตนเองและเข้าใจโลกภายนอก  เพื่อการดำรงอยู่อย่างพอเหมาะพอดี  มีสมดุลและยั่งยืน  แต่จะต่างกันตรงประเด็นเนื้อหาหหรือเรื่องที่เน้นเท่านั้น  เศรษฐกิจพอเพียงเน้นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง  ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป้นเรื่องชีวิตทั้งชีวิต  ส่วนหมู่บ้านจัดการสุขภาพเน้นเรื่องสุขภาพ  และสุขภาพก็เป็นส่วนหนึ่งของความสุขของชีวิตซึ่งแยกออกจากกันไม่ได้
ประการที่สอง คือ เรื่องวิถีปฏิบัติก็คือตัวเดียวกัน คือทั้งคู่เน้นกระบวนการเรียนรู้เพื่อเติบโตทางปัญญา สร้างให้ชุมชนสามารถคิดเอง ทำเอวได้  เป็นองค์กรจัดการตนเองได้อย่างมีเหตุมีผล มีความพอเหมาะพอดีกับบริบทของตน  จนเกิดภูมิคุ้มกันที่ดีให้ตัวเอง
ประการที่สาม คือเรื่องเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา หรือ Ultimate Goal คือตัวเดียวกัน  นั่นคือ ต้องกการเห็นภาพสุดท้ายอยู่ที่ ปัจเจกชน  ครอบครัวและชุมชนพึ่งพากันเองได้  รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก  และดำรงอยู่ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้โดยที่หมู่บ้าน/ชุมชนยังคงรักษาสิ่งที่ดีงามของตนไว้ได้และมีความเป็นตัวของตัวเอง

ดาวน์โหลด
รับ-ส่งข้อมูล
ลิงค์เครือข่าย